คนขี่มอไซค์ในบางพลีและสมุทรปราการคงคุ้นกับฝนตกหนักแล้วน้ำขังตามถนนและในซอย น้ำฝนเองไม่ได้ทำร้ายรถมากนัก ที่น่ากังวลกว่าคือสิ่งที่มากับน้ำ ทั้งโคลน ทราย เศษดิน และคราบน้ำมันบนถนน ที่กระเด็นเข้าไปติดตามซอกล้อ โซ่ และใต้ท้องรถ ถ้าปล่อยให้แห้งคารถ จะกลายเป็นต้นเหตุของสนิมและคราบที่ล้างออกยาก

สิ่งที่ควรทำทันทีที่ถึงบ้าน

  1. จอดรถในที่ร่ม อากาศถ่ายเท อย่าคลุมผ้าคลุมรถทันทีตอนรถยังเปียก เพราะความชื้นจะอบอยู่ข้างใน
  2. เช็ดเบาะ แฮนด์ และเรือนไมล์ ให้แห้ง
  3. เช็กเบรก บีบเบรกหน้าหลังดูว่ายังตอบสนองปกติ ผ้าเบรกเปียกอาจลื่นได้ช่วงแรก
  4. ดูโซ่ ถ้าเป็นรถที่ใช้โซ่ น้ำฝนจะชะน้ำมันโซ่ออกไป ควรหยอดน้ำมันใหม่ก่อนใช้งานครั้งต่อไป

ภายใน 1–2 วัน: ล้างโคลนออกให้หมด

โคลนและทรายที่แห้งแล้วจะเกาะแน่นและกัดผิวโลหะ ควรล้างรถให้สะอาดภายใน 1–2 วันหลังเจอฝนหนัก

  • ล้างใต้บังโคลน ซุ้มล้อ และตะเกียบ ที่โคลนกระเด็นไปติดมากที่สุด
  • ล้างซี่ล้อและดุมล้อ ซึ่งเป็นจุดที่ขึ้นสนิมง่าย
  • เป่าแห้งด้วยลม ไล่น้ำออกจากซอก ขั้วไฟ และน็อต จุดที่ผ้าเช็ดไม่ถึง
  • ล้างโซ่และหยอดน้ำมันใหม่ อ่านวิธีละเอียดได้ใน วิธีดูแลโซ่มอไซค์

ถ้ารถลุยน้ำท่วมสูง

ถ้าน้ำท่วมสูงถึงท่อไอเสีย ช่องรับอากาศ หรือเครื่องยนต์ ต้องระวังมากกว่าปกติ

  • ถ้ารถดับกลางน้ำ อย่าพยายามสตาร์ตซ้ำ น้ำอาจเข้าไปในห้องเผาไหม้ การสตาร์ตซ้ำเสี่ยงทำให้เครื่องเสียหายหนัก ควรเข็นออกมาแล้วให้ช่างตรวจ
  • เช็กน้ำมันเครื่อง ถ้าน้ำมันเครื่องมีสีขุ่นคล้ายกาแฟใส่นม แปลว่ามีน้ำปน ต้องเปลี่ยนก่อนใช้งาน
  • เช็กไส้กรองอากาศ ถ้าเปียกต้องเปลี่ยนหรือทำให้แห้งตามคำแนะนำของช่าง
  • ล้างห้องเครื่องและใต้ท้องรถ เพื่อเอาโคลนและเศษดินที่ติดอยู่ตามซอกเครื่องออก

สัญญาณที่ควรพาไปให้ช่างตรวจ

  • สตาร์ตติดยาก เครื่องสะดุด หรือมีควันผิดปกติ
  • ไฟหน้า ไฟเลี้ยว หรือแตรทำงานบ้างไม่ทำงานบ้าง
  • เบรกมีเสียงดัง หรือระยะเบรกยาวขึ้นแม้แห้งแล้ว
  • น้ำมันเครื่องขุ่นหรือมีระดับสูงขึ้นผิดปกติ

ให้ร้านช่วยเคลียร์หลังฝน

ถ้าไม่สะดวกล้างเอง ที่ Just Wash Bro Garage บางพลี ทุกคันที่ล้างจะได้รับการเป่าแห้งด้วยลมเพื่อไล่น้ำออกจากซอก ลดคราบน้ำและสนิม พร้อมตรวจเช็กสภาพรถทั่วไปฟรี

จองคิวออนไลน์ เลือกเวลาที่สะดวก มาถึงไม่ต้องรอ เปิดจันทร์–ศุกร์ 08:00–21:00 น.